การทดลองเสมือนจริง · ระดับมัธยมต้น · วัดเวลาด้วยปริมาตรน้ำ
| เวลา (s) | 1 | 3 | 5 | 7 |
| ปริมาตร (ml) | 20 | 76 | 126 | 181 |
→ อัตราการไหลเฉลี่ย ≈ 25 ml/s · ที่ 4 วินาที ≈ 102 ml
| # | เวลา (s) | ปริมาตร (ml) | r (ml/s) | |
|---|---|---|---|---|
| ยังไม่มีข้อมูล — กดบันทึกผลหลังเปิดน้ำ | ||||
นาฬิกาน้ำ (Water Clock / Clepsydra) เป็นเครื่องมือวัดเวลาที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของมนุษยชาติ ใช้กันมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ บาบิโลน กรีก และจีน นานกว่า 3,500 ปี
หลักการคือ ให้น้ำหยดหรือไหลออกจากภาชนะในอัตราคงที่ แล้วใช้ปริมาณน้ำที่ไหลออกบอกว่าเวลาผ่านไปเท่าใด ถ้าอัตราการไหลสม่ำเสมอพอ จะวัดเวลาได้แม่นยำ แม้ในตอนกลางคืนที่ใช้นาฬิกาแดดไม่ได้
ถ้าเราคุมให้ระดับน้ำในกรวยคงที่ (เติมน้ำตลอด) และช่องเปิดเท่าเดิม อัตราการไหล r จะคงที่ ดังนั้นปริมาตรน้ำที่เก็บได้ แปรผันตรงกับเวลา
จากใบงาน ข้อมูลเฉลี่ยคือ:
คำนวณอัตราการไหลเฉลี่ย: r ≈ 181 ÷ 7 ≈ 25.9 ml/s หรือประมาณ 25 ml/s
เมื่อ r = 25 ml/s จะได้: ที่ 4 วินาที → V = 25 × 4 = 100 ml (ใกล้เคียงค่าที่ทำนายในใบงาน 102 ml)
สังเกตว่ากราฟของนาฬิกาน้ำเป็น เส้นตรง (linear) ต่างจากกราฟของ นาฬิกาลูกตุ้ม (pendulum) ที่เป็นเส้นโค้ง (ความยาว vs คาบ)
การที่กราฟเป็นเส้นตรง แปลว่า ทุก ๆ 1 วินาที น้ำเพิ่มขึ้นเท่ากันทุกครั้ง นี่คือสาเหตุที่มันใช้เป็น "นาฬิกา" ได้ดี
นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลี Evangelista Torricelli ค้นพบว่า ความเร็วของน้ำที่ไหลออกจากรูที่ก้นภาชนะ ขึ้นกับความสูงของน้ำด้านบน เรียกว่า Torricelli's Law
นี่คือเหตุผลที่ในการทดลองต้องเติมน้ำกลับให้ระดับเท่าเดิมทุกครั้ง — เพื่อให้ h คงที่ และ r คงที่ กราฟจึงเป็นเส้นตรง
เมื่อเราพล็อตกราฟ V (ปริมาตร) เทียบกับ t (เวลา) แล้วได้เส้นตรง ความชัน (slope) ของเส้นนี้คืออัตราการไหล r นั่นเอง
ตัวอย่างจากข้อมูลใบงาน:
ถ้ารู้ค่า r แล้ว เราทำนายเวลาจากปริมาตรได้: